อาหารนกฟิ้นซ์ ผสมเองง่ายๆ

1926685_439603696172785_1940302316_n
หลายท่านถามมาหน้้าเพจ ว่าอาหารผสมเองมีส่วนผสมอะไรบ้าง
เลยทำเป็นตารางมาให้ครับ ซึ่งทั้งสามสูตรนี้ มีคนใช้งานอยู่จริง
ที่ส่วนผสมแตกต่างกัน เพราะ แต่ละพื้นที่ หาซื้อเมล็ดพันธ์ได้ต่างกัน
แต่หากสามารถหาซื้อได้ทั้งหมด ก็แนะนำให้ใช้สูตร 4siam ครับ

ตารางส่วนผสมอาหารนกฟินซ์
SeedMix
ผสมเอาเองตามความคิด และประสบการณ์ สูตรทั้งหมด ท่านสามารถนำไปปรับปรุง และดัดแปลงให้เหมาะสมกับพื้นที่ของท่านได้ ตามความเหมาะสม

 

Note1:
กรณีซื้อแบบกระสอบ แล้วอยากผสมเพิ่มให้ใกล้เคียงกับสูตร 4siam แบบง่ายๆ
แนะนำให้เพิ่ม เมล็ดแฟรก ไปซักครึ่งกิโลก็เพียงพอครับ
1184992_442350175898137_1411840215_n

Note2:
เดี๋ยวคงมีคนถามว่า Linseed ที่ว่าเนี่ย คืออะไร หน้าตายังไง และใส่ทำไม ^^
Linseed หน้าตาประมาณในรูปด้านล่างนี้ครับ
index
เป็นเมล็ดพืชจำพวกปอ ป่าน
สารอาหารในเมล็ด Linseed มีหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6

สารอาหารที่มีอยู่เหล่านั้น ว่ากันว่า สามารถป้องกัน และต่อต้านโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคระบบย่อยอาหาร โรคความดันโลหิตสูง โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ โรคท้องผูก และยังช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายได้อีกด้วย ทำให้ระบบประสาท และระบบสืบพันธ์ของนก อยู่ในระดับที่ดีขึ้นด้วยครับ

ดังนั้นสูตรของ 4siam ผสมขึ้นเพื่อเน้นใช้กับนกที่เข้าคู่ผสมพันธุ์โดยเฉพาะ แต่จะใช้กับนกที่ไม่ได้เข้าคู่ก็ได้เช่นเดียวกันครับ ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้ทุกท่านหมดกังวลกับการที่อาหารขาดตลาดหรือหาง่าย
และเป็นแนวทางการผสมอาหารใช้เองได้ในยามจำเป็น หรือเมื่อต้องการเพิ่มส่วนที่ขาด
ให้นกของทุกท่านมีความสมบูรณ์ และมีความสุขทั้งคนทั้งนกครับ

ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ

บทที่ 3: การเตรียมไข่ฟัก และการฟักไข่

บทความโดย: พี่แม็ก (อานุภาพ ห้วยหงษ์ทอง)
บทที่ 3<br /><br /><br /><br />
การเตรียมไข่ฟัก และการฟักไข่<br /><br /><br /><br />
เมือเราเตรียมตั้งเซ็ทตู้จนอุณฯและความชื้น นิ่งดีแล้ว<br /><br /><br /><br />
จึงนำไข่เข้าฟัก ซึ่งจะแยกได้สองประเด็นคือ<br /><br /><br /><br />
1 ไข่จากพ่อแม่นกในบ้านเรา<br /><br /><br /><br />
1.1 ไข่ที่เชื้อยังไม่เดิน<br /><br /><br /><br />
กรณีที่แม่นกเริ่มไข่ 1-2ฟองแรก แม่นกจะยังไม่เริ่มนั่งกกไข่ ส่วนมากจะเริ่มกกไข่เมื่อมี่ไข่ในรัง2ฟองขึ้นไป (ไม่ต้องตกใจแล้วรีบล้วงมาฟัก เพราะกลัวไข่เสีย)<br /><br /><br /><br />
แต่ถ้าเราเตรียมใจรับมือกับการฟักและป้อนเรียบร้อย จะล้วงไข่เข้าตู้ฟักเลยก็ทำได้ครับ<br /><br /><br /><br />
1.2 ไข่ที่เชื้อเดินแล้ว<br /><br /><br /><br />
เมื่อแม่นกนั่งกกไข่ได้ประมาณ3วัน ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของไข่ได้แล้ว(สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญอาจต้องรอถึง5วันเพื่อความชัดเจน)<br /><br /><br /><br />
เราก็นำเข้าฟักได้เลยเช่นกัน<br /><br /><br /><br />
การเก็บไข่จากรังนกในบ้านเรา ควรกระทำอย่างระมัดระวัง<br /><br /><br /><br />
อย่าให้ไข่โดดแสงแดดตรงๆ และรีบนำไข่เข้าฟักทันที</p><br /><br /><br />
<p>2 ไข่ที่ซื้อเข้ามาเพื่อฟัก<br /><br /><br /><br />
ไข่นกที่ซื้อขายกันในตลาด(หรือฟาร์ม) จะซื้อ-ขายไข่ที่มีเชื้อเดินแล้ว และยังมีชีวิตอยู่<br /><br /><br /><br />
เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีชีวิตอยู่<br /><br /><br /><br />
ให้สังเกตุเส้นเลือดที่เดินรอบไข่ จะเป็นสีแดงสด คล้ายรากไม้<br /><br /><br /><br />
ถ้าไข่ที่เชื้อยังอ่อนมากๆ จะสังเกตุเห็นหัวใจของตัวอ่อนด้วย และไข่เชื้ออ่อนที่ดี เมือทดลองกลิ้งกลับไข่เราจะเห็นได้ว่าเชื้อจะลอยขึ้นด้านบนเสมอ<br /><br /><br /><br />
ถ้าไข่ที่เส้นเลือดยังเดินไม่รอบฟองแล้วไม่เคลื่อนที่อาจจะมีปัญหาต่อมาภายหลังได้(ส่วนมากจะตายเพราะเชื้อแห้งติดเปลือก)<br /><br /><br /><br />
สำหรับไข่ที่เชื้อเดินจนทึบทั้งฟองแล้ว จำเป็นต้องใช้ไฟส่องที่สว่างมากๆ(เดี๋ยวนี้ใช้หลอดLEDจะไม่ร้อนจนทำให้ตัวอ่อนตาย)<br /><br /><br /><br />
ส่องโดยสังเกตุว่าตัวอ่อนยังมีการเคลื่่อนไหวอยู่(เคลื่อนไหวด้วยตัวมันเองไม่ใช่เคลื่อนไหวจากการที่เราพลิกกลับไข่)<br /><br /><br /><br />
และไข่ต้องไม่มีร่องรอย บุบ แตกร้าว สะอาดไม่เปื้อนขี้นก<br /><br /><br /><br />
หรือ ฟองบิวเบี้ยวไม่ได้รูป<br /><br /><br /><br />
** ไม่ควรซื้อไข่เชื้ออ่อนมาฟัก เพราะการเดินทางที่กระทบกระเทือนอาจทำให้เชื้อตายได้**</p><br /><br /><br />
<p>เมื่อเลือกซื้อไข่จนเป็นที่พอใจแล้วให้รีบนำกลับมาเข้าตู้ฟักทันที<br /><br /><br /><br />
ระยะเวลาเดินทางแบบไม่มีอุปกรณ์ช่วยให้ความอบอุ่นกับไข่<br /><br /><br /><br />
ที่ผมเคยทำคือ2-3ชม. ไข่ก็ยังปลอดภัยดี<br /><br /><br /><br />
(แต่ก็ไม่รู้ว่านานกว่านี้แล้วจะตาย อันนี้ผมไม่ทราบว่าไข่ทนอยู่กับอุณฯปรกติได้นานแค่ไหนนะครับ)

เมือเราเตรียมตั้งเซ็ทตู้จนอุณฯและความชื้น นิ่งดีแล้ว
จึงนำไข่เข้าฟัก ซึ่งจะแยกได้สองประเด็นคือ
1 ไข่จากพ่อแม่นกในบ้านเรา
1.1 ไข่ที่เชื้อยังไม่เดิน
กรณีที่แม่นกเริ่มไข่ 1-2ฟองแรก แม่นกจะยังไม่เริ่มนั่งกกไข่ ส่วนมากจะเริ่มกกไข่เมื่อมี่ไข่ในรัง2ฟองขึ้นไป (ไม่ต้องตกใจแล้วรีบล้วงมาฟัก เพราะกลัวไข่เสีย)
แต่ถ้าเราเตรียมใจรับมือกับการฟักและป้อนเรียบร้อย จะล้วงไข่เข้าตู้ฟักเลยก็ทำได้ครับ
1.2 ไข่ที่เชื้อเดินแล้ว
เมื่อแม่นกนั่งกกไข่ได้ประมาณ3วัน ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของไข่ได้แล้ว(สำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญอาจต้องรอถึง5วันเพื่อความชัดเจน)
เราก็นำเข้าฟักได้เลยเช่นกัน
การเก็บไข่จากรังนกในบ้านเรา ควรกระทำอย่างระมัดระวัง
อย่าให้ไข่โดดแสงแดดตรงๆ และรีบนำไข่เข้าฟักทันที

2 ไข่ที่ซื้อเข้ามาเพื่อฟัก
ไข่นกที่ซื้อขายกันในตลาด(หรือฟาร์ม) จะซื้อ-ขายไข่ที่มีเชื้อเดินแล้ว และยังมีชีวิตอยู่
เราจะทราบได้อย่างไรว่ามีชีวิตอยู่
ให้สังเกตุเส้นเลือดที่เดินรอบไข่ จะเป็นสีแดงสด คล้ายรากไม้
ถ้าไข่ที่เชื้อยังอ่อนมากๆ จะสังเกตุเห็นหัวใจของตัวอ่อนด้วย และไข่เชื้ออ่อนที่ดี เมือทดลองกลิ้งกลับไข่เราจะเห็นได้ว่าเชื้อจะลอยขึ้นด้านบนเสมอ
ถ้าไข่ที่เส้นเลือดยังเดินไม่รอบฟองแล้วไม่เคลื่อนที่อาจจะมีปัญหาต่อมาภายหลังได้(ส่วนมากจะตายเพราะเชื้อแห้งติดเปลือก)
สำหรับไข่ที่เชื้อเดินจนทึบทั้งฟองแล้ว จำเป็นต้องใช้ไฟส่องที่สว่างมากๆ(เดี๋ยวนี้ใช้หลอดLEDจะไม่ร้อนจนทำให้ตัวอ่อนตาย)
ส่องโดยสังเกตุว่าตัวอ่อนยังมีการเคลื่่อนไหวอยู่(เคลื่อนไหวด้วยตัวมันเองไม่ใช่เคลื่อนไหวจากการที่เราพลิกกลับไข่)
และไข่ต้องไม่มีร่องรอย บุบ แตกร้าว สะอาดไม่เปื้อนขี้นก
หรือ ฟองบิวเบี้ยวไม่ได้รูป
** ไม่ควรซื้อไข่เชื้ออ่อนมาฟัก เพราะการเดินทางที่กระทบกระเทือนอาจทำให้เชื้อตายได้**

เมื่อเลือกซื้อไข่จนเป็นที่พอใจแล้วให้รีบนำกลับมาเข้าตู้ฟักทันที
ระยะเวลาเดินทางแบบไม่มีอุปกรณ์ช่วยให้ความอบอุ่นกับไข่
ที่ผมเคยทำคือ2-3ชม. ไข่ก็ยังปลอดภัยดี
(แต่ก็ไม่รู้ว่านานกว่านี้แล้วจะตาย อันนี้ผมไม่ทราบว่าไข่ทนอยู่กับอุณฯปรกติได้นานแค่ไหนนะครับ)

เมื่อได้ไข่มาแล้ว ก่อนนำเข้าตู้ฟัก
ควรตรวจสอบดูรอยร้าวอีกครั้ง ถ้าพบว่าไข่มีรอยร้าว
ให้ใช้ ยาทาเล็บแต้มทีรอยร้าวเป็นการซ่อมแซมไข่
ถ้าแผลร้าวไม่ใหญ่มากถึง25% ของพื้นที่ไข่ส่วนมากจะมีชีวิตรอดได้
กรณีไข่แตกจนน้ำในไข่เยิ้มซึมออกมาข้างนอก ไม่ต้องซ่อมละครับ

จดวันที่เบอร์ โค๊ต อะไรบนไข่ไว้กันลืมตามสะดวกครับ
จะจดด้วยดินสอ หมึกเคมี ก็ไม่มีผลกับไข่ แต่อย่าจดทั้งฟองจนไข่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซได้เป้นพอสำหรับตู้ฟักที่เป็นแบบถาดหลุมที่ผมแนะไป
ให้ตั้งไข่ด้านที่มีโพรงอากาศไว้ด้านบน ส่วนมากด้านที่เป็นโพรงอากาศจะเป็นด้านป้าน
แต่ก็มีไข่บางฟองที่ กลมจนสังเกตุด้านป้านไม่ได้ หรือไข่บางฟองที่โพรงอากาศอยู่ที่ด้านแหลมก็ตาม ให้วางโพรงอากาศขึ้นด้านบนเป็นสำคัญ

สำหรับตู้ฟักแบบลูกกลิ้ง วางได้ตามสะดวกครับ เพราะตอนที่ถาดกลิ้งไข่ก็เคลื่อนไปมาอยู่ดี

เมื่อ นำไข่เข้าตู้เรียบร้อยแล้ว อีก1ชม.ให้เชคความชื้น และอุณฯให้อยู่ในค่าที่เรากำหนดไว้ ถ้าโอเคแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เฝ้าสังเกตุภายนอกตู้บ่อยๆ แต่พยายามอย่าเปิดตู้บ่อยนัก
เปิดเฉพาะที่จำเป็นเช่นเติมน้ำเท่านั้น

บทที่3 (ต่อ)
ตอนที่แล้วผมได้พูดถึงการเตรียมไข่เข้าฟักไปแล้ว จากนี้เราก็มาดูการฟักไข่กัน
เมื่อนำไข่เข้าตู้ฟักที่เราเซ็ทไว้เป็นอย่างดีแล้ว
ในการดูแลตู้ฟัก ก็เพียงหมั่นทำการดูค่าต่างๆของตู้ เช่นค่าอุณฯ และที่สำคัญค่าความชื้นให้อยู่ในระดับที่เราตั้งไว้ ยิ่งดูบ่อยยิ่งดี แต่ไม่ควรเปิดประตูตู้บ่อยๆ เพราะจะทำให้ความชื้น และอุณฯ แกว่งบ่อยมากเกินไปอาจะมีผลต่อการฟักไข่ได้
**ไม่จำเป็นต้องส่องไข่**

การพัฒนาของตัวอ่อนในไข่
ในระยะ 1-3 วันอาจจะยังไม่สังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก
ระยะ4-7 วันจะเริ่มเห็นเส้นเลือดบนไข่แดงได้ชัดเจน
เมื่อฟักไประยะหนึ่ง(เชื้อเดินเต็มฟอง) ไข่แดงจะหยุดเคลื่นที่ขึ้นด้านบน
เมื่อใกล้ฟัก(ก่อนการเกิด5-6วัน) โพรงอากาศจะขยายใหญ่ ปากของลูกนกเริ่มขยับ ส่องด้วยไฟส่องไข่จะเห็นได้ชัดเจน
ก่อนการเกิด2-4วัน อาจจะเริ่มเห็นรอยปริที่เปลือกไข่ โดยปรกติจะเกิดระหว่างรอยต่อของโพรงอากาศ ค่อนไปทางด้านป้าน ถ้าเจาะด้านแหลมนั่นคือผิดปรกติ
เมือลูกนกพร้อมที่จะเกิด จะเจาะรอบเปลือกไข่และถีบตัวออกจากไข่

ข้อควรปฏิบัติ
เมื่อเราเห็นว่าใกล้เกิด ก็ควรสังเกตุว่ามีรอยเจาะบ้างหรือยัง
ถ้าเห็นว่ามีรอยเจาะเปลือกแล้ว ก็ควรนำลงถาดเกิด หรือภาชนะอื่นเช่นถ้วยรองด้วยกระดาษทิชชู เพื่อป้องกันการโดนลูกกลิ้งทับ หรือการตกจากถาดหลุมฟักโดยเฉพาะนกที่ต้องทำประวัติอย่างเข้มงวดจะได้ไม่ปน กันกรณีเกิดพร้อมกันหลายตัว

Cr.รูปภาพจากคุณ บาส-บุรีรัมย์
Sirisak Srisattayasathian
ปล. ขโมยรูปมาเลยนะขี้เกียจขอ 555

บทที่3 (ต่อ)<br />
ตอนที่แล้วผมได้พูดถึงการเตรียมไข่เข้าฟักไปแล้ว จากนี้เราก็มาดูการฟักไข่กัน<br />
เมื่อนำไข่เข้าตู้ฟักที่เราเซ็ทไว้เป็นอย่างดีแล้ว<br />
ในการดูแลตู้ฟัก ก็เพียงหมันทำการดูค่าต่างๆของตู้ เช่นค่าอุณฯ และที่สำคัญค่าความชื้นให้อยู่ในระดับที่เราตั้งไว้ ยิ่งดูบ่อยยิ่งดี แต่ไม่ควรเปิดประตูตู้บ่อยๆ เพราะจะทำให้ความชื้น และอุณฯ แกว่งบ่อยมากเกินไปอาจะมีผลต่อการฟักไข่ได้<br />
**ไม่จำเป็นต้องส่องไข่**</p>
<p>การพัฒนาของตัวอ่อนในไข่<br />
ในระยะ 1-3 วันอาจจะยังไม่สังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก<br />
ระยะ4-7 วันจะเริ่มเห็นเส้นเลือดบนไข่แดงได้ชัดเจน<br />
เมื่อฟักไประยะหนึ่ง(เชื้อเดินเต็มฟอง) ไข่แดงจะหยุดเคลื่นที่ขึ้นด้านบน<br />
เมื่อใกล้ฟัก(ก่อนการเกิด5-6วัน) โพรงอากาศจะขยายใหญ่ ปากของลูกนกเริ่มขยับ ส่องด้วยไฟส่องไข่จะเห็นได้ชัดเจน<br />
ก่อนการเกิด2-4วัน อาจจะเริ่มเห็นรอยปริที่เปลือกไข่ โดยปรกติจะเกิดระหว่างรอยต่อของโพรงอากาศ ค่อนไปทางด้านป้าน ถ้าเจาะด้านแหลมนั่นคือผิดปรกติ<br />
เมือลูกนกพร้อมที่จะเกิด จะเจาะรอบเปลือกไข่และถีบตัวออกจากไข่</p>
<p>ข้อควรปฏิบัติ<br />
เมื่อเราเห็นว่าใกล้เกิด ก็ควรสังเกตุว่ามีรอยเจาะบ้างหรือยัง<br />
ถ้าเห็นว่ามีรอยเจาะเปลือกแล้ว ก็ควรนำลงถาดเกิด หรือภาชนะอื่นเช่นถ้วยรองด้วยกระดาษทิชชู เพื่อป้องกันการโดนลูกกลิ้งทับ หรือการตกจากถาดหลุมฟักโดยเฉพาะนกที่ต้องทำประวัติอย่างเข้มงวดจะได้ไม่ปนกันกรณีเกิดพร้อมกันหลายตัว</p>
<p>มาถึงตรงนี้ จะจบการฟักไข่ เพื่อนๆท่านใดมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับการฟักไข่ ถามต่อท้ายกระทู้ได้เลยครับ<br />
บทต่อไปจะเป็นการป้อนลูกนกแล้ว</p>
<p>Cr.รูปภาพจากคุณ บาส-บุรีรัมย์<br />
Sirisak Srisattayasathian<br />
ปล. ขโมยรูปมาเลยนะขี้เกียจขอ 555

บทที่ 2: การปรับเซ็ทตู้ฟักไข่

บทความโดย: พี่แม็ก (อานุภาพ ห้วยหงษ์ทอง)

บทที่ 2<br /> การปรับเซ็ทตู้ฟักไข่<br /> เมื่อเลือกตู้ฟักได้แล้ว ก็มาถึงการปรับตั้งค่าต่างเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตู้ก่อนนำไข่เข้าฟัก<br /> 1 เลือกทำเลตั้งตู้<br /> หาทำเลที่เราเห็นบ่อยสุด ผ่านบ่อยสุด อากาศไม่ร้อน(เย็นได้)หรือกลางคืนเย็นจัดกลางวันร้อนจัด  ไม่ชื้นเกินไป(บริเวณห้องน้ำ อ่างปลา อ่างล้างจาน)<br /> เพื่อที่จะได้มีโอกาศได้ดูแลตู้บ่อยๆเดินผ่านก็ดู มันสักนิดก็ยังดี<br /> <br /> 2 การเซ็ทค่าอุณฯ ตั้งเอาไว้ที่37.5-37.8 C (แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน)<br /> <br /> 3 เซ็ทความชื้นไว้ที่ 50-55% (ผมใช้ที่วัดความชื้นตัวเล็กของไก่ดำ) ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นอาจจะวัดค่าได้ไม่เท่ากันต้องลองเปรียบเทียบกันดูเองครับ</p> <p>จากนั้นรันตู้ทิ้งไว้ก่อนนำไข่เข้าฟัก 24 ชม.<br /> <br /> ถ้าเป็นไปได้ให้เชค อุณฯและความชื้น ทุก1ชม. แล้วจดไว้ อย่าให้ค่ามันสวิงเยอะ จะมีผลกับไข่ที่ฟัก (จะจดหรือไม่จดทุกชม.ก็ได้แต่ผมเคยทำแบบนี้จริงครับ)

เมื่อเลือกตู้ฟักได้แล้ว ก็มาถึงการปรับตั้งค่าต่างเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตู้ก่อนนำไข่เข้าฟัก

1. เลือกทำเลตั้งตู้
หาทำเลที่เราเห็นบ่อยสุด ผ่านบ่อยสุด อากาศไม่ร้อน(เย็นได้)หรือกลางคืนเย็นจัดกลางวันร้อนจัด ไม่ชื้นเกินไป(บริเวณห้องน้ำ อ่างปลา อ่างล้างจาน)เพื่อที่จะได้มีโอกาศได้ดูแลตู้บ่อยๆเดินผ่านก็ดู มันสักนิดก็ยังดี
2. การเซ็ทค่าอุณหภูมิ
ตั้งเอาไว้ที่37.5-37.8 C (แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน)
3 เซ็ทความชื้นไว้ที่ 50-55%
(ผมใช้ที่วัดความชื้นตัวเล็กของไก่ดำ) ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นอาจจะวัดค่าได้ไม่เท่ากันต้องลองเปรียบเทียบกันดูเองครับจากนั้นรันตู้ทิ้งไว้ก่อนนำไข่เข้าฟัก 24 ชม.
ถ้าเป็นไปได้ให้เชค อุณฯและความชื้น ทุก1ชม. แล้วจดไว้ อย่าให้ค่ามันสวิงเยอะ จะมีผลกับไข่ที่ฟัก (จะจดหรือไม่จดทุกชม.ก็ได้แต่ผมเคยทำแบบนี้จริงครับ)